วัดชลธาราสิงเห พระอารามหลวง

          วัดชลธาราสิงเห ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ พื้นที่ตั้งวัดเป็นพื้นที่ราบสูง เป็นวัดประจำอำเภอตากใบ เริ่มสร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ปลายรัชกาลที่ ๔ โดยท่านพระครูโอภาสพุทธคุณ (พุฒ) เจ้าอาวาสจากวัดบางเตย อำเภอตากใบ เป็นผู้ริเริ่มขอใช้ ที่ดินสร้างวัด ซึ่งสมัยนั้นตากใบ เป็นดินแดนอยู่ในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินสร้างวัดจากพระยารัฐกลันตัน ซึ่งเป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดเจ๊ะเห หรือวัดท่าพรุ บางพวกเรียกว่า วัดท่าพรุ เพราะเดิมที่สร้างวัดชาวบ้านจะไปท่าเรือ ต้องข้ามพรุนา มาก่อนจะถึงท่าเรือ จึงเรียกว่า ท่าพรุ บางพวกเรียกว่า วัดเจ๊ะเห เพราะว่าแม่น้ำ หน้าวัดนี้ต่อเนื่องมาจากหน้าหมู่บ้านเจ๊ะเห จึงเรียกว่า วัดเจ๊ะเห ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดชลธธาราสิงเห หมายถึง วัดที่ติดต่อกับแม่น้ำสิงเห หมายถึง ชื่อท่านพระครูโอภาสพุทธคุณที่ท่านมีบุญฤทธิ์มาก จึงเอาแม่น้ำและบุญฤทธิ์ดังราชสีห์มารวมกันเป็นชื่อวัด. วัดชลธาราสิงเห ได้รับสมญานามว่า วัดพิทักษ์ไทย หรือวัดพิทักษ์แผ่นดิน เนื่องด้วยเมื่อพ.ศ ๒๔๕๒ เหตุการณ์ตอนปักเขตแดนระหว่างไทยกับอังกฤษ ว่าด้วยการจัดอำนาจของศาลกงสุล ในการให้คนในบังคับบัญชาอังกฤษ ทั้งที่เป็นชาวฝรั่ง และเอเชียขึ้นศาลไทย เพราะในสมัยก่อน หากประชาชนมีถ้อยคดีความกัน ต้องไป ว่าความกันที่เมืองโกตาบารูไทยจึงยอมเสียสละดินแดน ๔ รัฐมลายูให้แก่อังกฤษ ได้แก่รัฐกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี และรัฐเปอร์ลิส พร้อมด้วยหมู่เกาะใกล้เคียง แต่เขต แดนรัฐกลันตันในสมัยนั้น อยู่ที่บ้านสะปอม (เขตอำเภอเมือง อำเภอตากใบ) เป็นจุดที่อังกฤษใช้ลากเส้นเขตแดน โดยใช้สันเขาและแม่น้ำเป็นแนวตามหลักการสากล ซึ่งจะพ่วงอำเภอตาก ใบอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก เข้าไปด้วย นับว่าไทยเราเสียเปรียบมากเกินไป แต่ไม่มีข้อที่โต้แย้งได้ จนในที่สุดแล้ว ไทยจึงได้นำเรื่องพระพุทธศาสนาขึ้นมาเป็นข้ออ้าง โดยอ้างว่า เมืองบางนราถึงตากใบ  เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยมาแต่เก่า ก่อนเป็นร้อยปี ซึ่งวัดชลธาราสิงเห เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอตากใบ มีอาคารสถานที่ และถาวรวัตถุเป็นศิลปะแบบไทย ที่สร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรงดงาม เป็นศรีสง่าเป็นที่เชิดหน้าชูตาและศรัทธาของชาวไทย ยากยิ่งที่คนต่างชาติจะสร้างสรรค์ได้ ประกอบกับท้องที่อำเภอตากใบ มีวัดและคนไทยพุทธอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผลปรากฏว่าอังกฤษยอมเชื่อในข้ออ้างที่ไทยนำมาใช้เป็นเหตุผล ดังในการทำสนธิสัญญาตาบา เมื่อวันที่  ๑๙  มีนาคม พ.ศ ๒๔๕๑ (รศ. ๑๒๗) ตกลงแบ่งอาณาเขตระหว่างไทยกับมลายู โดยถือเอาแม่น้ำสุไหงโกลกดังเช่นปัจจุบันนี้ อำเภอตากใบจึงเป็นดินแดนไทยมาจนถึงปัจจุบัน จึงนับว่า วัดชลธาราสิงเห ช่วยพิทักษ์รักษาแผ่นดิน ๔ ชายแดนเอาไว้ จนเป็นที่มาของสมญานามว่า วัดพิทักษ์แผ่นดิน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๖ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๔ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง


image รูปภาพ
image

ไฟล์เอกสารประกอบ
วัดชลธาราสิงเห.pdf |
รูปวัดชลธาราสิงเห.pdf |


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 20,672