Home ข่าวสำนักพุทธ ผอ.พศ. มอบนโยบาย
ผอ.พศ. มอบนโยบาย PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2010 เวลา 14:11


การประชุมมอบนโยบายและการปฏิบัติงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

ก็ขอกราบสวัสดีท่านผู้อำนวยการสำนักทั้งส่วนกลาง กอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และก็เพื่อนข้าราชการที่รักทุกท่าน จริง ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นว่าเป็นธรรมเนียมการปฏิบัติของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าส่วนราชการต้องมาทำความเข้าใจชี้แจงหรือที่เรียกว่าการมอบนโยบาย จริง ๆ แล้วผมอยากคุยกันแบบสบาย ๆ มากกว่า เพราะพวกท่านเองก็มีประสบการณ์ และก็มีการทำงานกันมาหลายปี อย่างน้อยที่สุดก็ห้า หก ปี นอกนั้นก็ยี่สิบปีขึ้นไป ผมถือว่าทุกคนก็เป็นคนบ้านเดียวกัน เพียงแต่ว่าใครอยู่ในเมืองกรุง ใครอยู่บ้านนอกก็เท่านั้นเอง จริง ๆ แล้ววันนี้ผมอยากจะคุยในเรื่องแนวทาง และก็แนวคิด ในภาพกว้าง ส่วนที่จะเจาะลึกลงไป ผมจะใช้วิธีคุยเจาะเฉพาะกอง  หรือว่าสำนักฯ  อีกครั้งหนึ่งฉะนั้นวันนี้เราจะคุยกันคร่าว ๆ เพราะอยากจะคุยในภาพรวมขององค์กรเรา และก็โดยเฉพาะเรื่องของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ก็คงเป็นที่ทราบกันแล้วว่าการประชุมในครั้งนี้ เราได้ปรับโครงสร้างของเราและก็ได้ผ่านความเห็นชอบระดับหนึ่งแล้ว ความละเอียดหรือว่าการทำงานของท่านก็คงต้องขยายกว้างออกไปตามกรอบที่ท่านได้แสดงไว้ คือพูดง่าย ๆ ว่า เมื่อเรามีการขยับขยายตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นก็แสดงว่าภารกิจของเรานี้ก็จะมีมากขึ้น แล้วก็มีความสำคัญมากขึ้น เป้าหมายของเราก็จะมากขึ้น เราสามารถที่จะทำงานที่เจาะลงไปในเชิงลึก

ผมอยากให้มองอย่างนี้ว่า งานของเรานี้ เราเริ่มจากนโยบายของคณะสงฆ์และก็รัฐบาล ที่จะมุ่งในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะการใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้คนสามารถเอาไปใช้และปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและต่อสังคม และต่อประเทศชาติ  อันนี้กลุ่มเป้าหมายของเราคือไม่ใช้เฉพาะในระดับจังหวัด ตำบล แต่หมายถึงนับถึงจำนวนคนเลย  เพราะถือว่าทุกคนเป็นหน่วยนับที่จะเกิดผล    ของการทำงานของเรา อันที่สองก็คือ การสนองงานของคณะสงฆ์ซึ่งเป็นภารกิจของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ตั้งขึ้นมาก็คือ การสนับสนุนการศึกษาในการเผยแผ่ เราเน้นในเรื่องความเป็นอยู่ของคณะสงฆ์ อย่างเช่น เมื่อไม่กี่วันนี้กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการนำบัตรประชาชนไปตรวจสุขภาพ  ผมก็กังวล ก็เลยได้ขอให้สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมทำเรื่องสอบถามไปทางกระทรวงสาธารณสุขไปว่า ในกรณีของพระสงฆ์นี้ที่จะไปเข้ารับบริการจะทำอย่างไรเช่น ใช้ใบสุทธิได้ไหม หมายเลขของบัตรประชาชน ๑๓ หลัก อันนี้คงถือเป็นเรื่องของทางท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด  คงต้องให้ความสนใจและก็เจาะไปในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้มันเกี่ยวกับเราจริง ๆ แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ตอบว่าพระสงฆ์จะได้รับการดูแลโดยสิทธิเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป แต่ผมมองว่าคณะสงฆ์ก็ไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ ในเรื่องของการใช้สิทธิ์  เราคงต้องเป็นหน่วยที่ให้ความเข้าใจแก่คณะสงฆ์  ก็ให้การบริการท่าน ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ ดูแลท่านให้ท่านสบายใจว่าอย่างน้อยลูกศิษย์ก็คือสำนักพุทธฯ  นี้ ได้ให้ความสนใจ และก็ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับตรงนี้ นี่คือตัวอย่างว่าที่เราจะคุยกันเกี่ยวกับเรื่องบทบาทหน้าที่ของเรา เรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ นี้ ที่เราจะให้ความสนใจและเอาใจใส่เกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ของคณะสงฆ์  ตรงนี้เราจะต้องดูแลด้วย นโยบายของท่านรองนายก ก็มีอยู่สามเรื่อง คือ

เรื่องที่หนึ่งก็คือทำอย่างไรที่จะให้วัดเปิดให้คนเข้ามาใช้บริการ  อย่างน้อยที่สุดคือวันอาทิตย์  ได้คุยกับท่านผู้อำนวยการบางท่านแล้วผมให้แนวคิดอย่างนี้ว่าเป็นไปได้ไหมเราอาจจะทำโครงการปฏิบัติธรรมที่ใช้ชื่อว่า “โครงการปฏิบัติธรรมครอบครัวอบอุ่น” ให้ทำวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เอาลูกค้าก็คือนักเรียน  ซึ่งผมได้คุยกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่าจะทำ MOU โดยการเอากลุ่มนักเรียนของเขามาเป็นกลุ่มเป้าหมาย แล้วเป็นตัวชี้วัดเพราะว่าตอนชี้แจงงบประมาณนี้ทางกรรมาธิการได้ถามถึงผลผลิตนี้ออกมา ก็ได้ตอบแล้วว่าเราได้ทำโครงการนี้อยู่  เนื่องจากว่ามันยังไม่เป็นรูปธรรม เพราะถือเป็นเฉพาะหน่วยงานของเรา  ถ้ามีตัวชี้วัดชัดเจนว่าระหว่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับกระทรวงศึกษาธิการ  มันก็จะได้เป็นหลักฐานยืนยันแน่นอน กลุ่มนี้ถ้ามาเข้าโครงการของเรานี้ วันอาทิตย์ท่านก็อาจจะให้มีกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครอง    หรือพ่อแม่ของเด็กนี้ให้มาอย่างน้อยนี้หรือสถานที่จัดปฏิบัติธรรมถือว่าเราได้เปิดวัดแล้วนี้เป็นวิธีทางอ้อมอย่างหนึ่ง และท่านก็คงต้องไปเสนอทางกลุ่มองค์กรส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. หรือ อบจ. หรือเทศบาล ให้มาทำกิจกรรมร่วมเสริมก็ได้อย่างเช่น อาจจะเป็นการเปิดการท่องเที่ยวของวัดในวันอาทิตย์ก็ได้หรือจะทำกิจกรรมอย่างเช่น การตรวจสุขภาพหรือการสอนวิชาชีพ ระยะสั้นเข้ามาเสริมจึงเหมือนเป็นการกระตุ้นกิจกรรมของวัดโดยเฉพาะในวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นถ้าดูแล้วว่า  วันธรรมดาวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ท่านก็ทำงานปกติของท่านไป โดยไม่ต้องไปกังวลเคร่งเครียดมากเกินไปแต่เราจะกระตุ้นวัดก็เพียงสามวันนี้เป็นเรื่องนโยบายเรื่องหนึ่งของท่านรองนายกรัฐมนตรี ว่าทำอย่างไรให้เปิดวัดและมีกิจกรรมขึ้นมาให้ได้

เรื่องที่สองก็คือ ทำอย่างไรให้วัดมีความสะอาดร่มรื่น สัตว์เลี้ยงจะทำอย่างไรให้เป็นระบบระเบียบและห้องสุขาของวัด เพราะฉะนั้นงบประมาณปีนี้ที่จะจัดไปสิ่งที่วัดต้องพิจารณาทำก่อนก็คือให้ทำเรื่องของห้องน้ำ ห้องสุขาให้สะอาด เพราะอันนี้เป็นหน้าตาวัด

เรื่องที่สามก็คือ ผมได้คุยกับท่านรอง สสส. ก็คือผมอยากทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจน และก็ได้คุยกับอธิบดีกรมการขนส่ง  คือเรามีพระซึ่งถือว่าเป็นผู้แทนของกลุ่มคนที่เราต้องให้การเชื่อฟัง หรือเคารพเพราะฉะนั้นอยากจะให้เน้นในเรื่องของอบายมุข  โดยเฉพาะในวัดนี้ห้าม  ห้ามมีเลยก็คือ  เรื่องเหล้า บุหรี่  การพนัน  แล้วในขณะเดียวกันท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ขอให้วัดดำเนินการเสริม คือเวลาเทศน์ก็ให้ช่วยเทศน์ เรื่องความปรองดอง ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหาย เรื่องการสมานสามัคคีโดยการให้หลักธรรม  ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเทศน์ในเทศกาลออกพรรษา พระท่านก็เทศน์เตือนว่าการไปเลี้ยงฉลองกัน ไปทอดกฐินกัน ก็ไม่ควรที่จะดื่มสุรา หรือมีการละเล่นพนันกันในวัด  เพราะฉะนั้น ๓ เรื่องนี้เป็นนโยบายหลักของท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าจังหวัดไหนที่ทำผลงานในลักษณะนี้ จังหวัดเล็กใหญ่ ไม่สำคัญท่านยินดีที่จะขึ้นมาปรับให้  อันนี้เหมือนกับท่านบอกโจทย์  แนวทางมาให้แล้ว  ผมก็อยากจะขอให้ท่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ได้ช่วยทำในเรื่องนี้เพราะจริง ๆ แล้วเราก็ได้ทำของ   กองพุทธศาสนาสถาน  ก็คือเรื่องของเกณฑ์มาตรฐานของวัด เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็น่าจะเอาเข้าไปเสริม  คิดว่าก็คงจะทำไปในลักษณะเดียวกันได้ โดยมีโครงการของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ คือ โครงการหนึ่งใจให้ธรรมะ  เราสามารถเอามาผนวกกันกับโครงการปฏิบัติธรรมของเราได้  เพราะฉะนั้นกิจกรรมของเราที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าจะเอามาบูรณาการร่วมกับโครงการอื่น ๆ ได้หลายผลผลิต อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ว่านี้คือ นโยบายของท่าน       รองนายกรัฐมนตรีที่อยากจะฝากให้พวกเราขับเคลื่อน  เรื่องต่อมาก็คือ  องค์กรชาวพุทธที่เขามีความมุ่งหวัง ขณะนี้เองพระพุทธศาสนานี้ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ  เราค่อนข้างที่จะทำเองไม่ค่อยที่จะคบค้าสมาคมกับหน่วยงานอื่นหรือองค์กรหรือตัวกลุ่มบุคคลที่เขาทำอยู่  เรื่องนี้ผมอยากจะขอให้ท่านได้เป็นแกนกลางที่จะร่วมมือกับองค์กรกลุ่มทางพระพุทธศาสนา เช่น พุทธสมาคมจังหวัด หรือพุทธิกสมาคม หรือกลุ่มอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับงานพระพุทธศาสนา ให้ช่วยร่วมกันให้มีการจัดประชุมเสนอแนวความคิดจะได้อะไรดี ๆ มาเยอะ  มันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหาที่ท่านรับภาระโดยอาจจะทำให้ผลงานของเราขับเคลื่อนออกไป จะให้ท่าน  ทำเหมือนเช่นเมื่อปี ๒๕๔๖ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดคงต้องเป็นเจ้าภาพในการหาลูกค้า  ท่านจะต้องไปประสานกับกลุ่มโรงเรียนและก็หาจำนวนกลุ่มเป้าหมายซึ่งอยู่ในตัวชี้วัดอยู่แล้ว กลุ่มเป้าหมายของเราก็จะอยู่ในระดับ ประถม มัธยมศึกษา และก็อุดมศึกษาหรือภาคเอกชนเป็นกลุ่ม ๆ ผู้ประกอบวิชาชีพ  เพราะฉะนั้นท่านจะทำกลุ่มของท่าน  กองพุทธศาสนศึกษาก็จะรวบรวมและเฉลี่ยมอบงานกลับไปให้ท่าน  ส่วนกลางจะไม่มีการจัด จะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจัด  พร้อมกันนั้นท่านจะต้องไปทำความตกลง หรือพูดง่าย ๆ ให้จังหวัดเป็นภาคีกับเราแล้วเขาก็ควรจะมีหลักเกณฑ์ เช่น สวดมนต์หน้าเสาธง วันศุกร์ก็จะเป็นการสวดมนต์ นิมนต์พระมาเทศน์ นี้เป็นแนวทาง  ผมแนะนำให้แต่ว่ามีหลักเกณฑ์ที่ท่านจะต้องทำ เอาให้ชัดเลยว่า เรื่องปฏิบัติธรรม   เป็นเรื่องหลักและท่านรับไปเลย  ทางกลุ่มโรงเรียนก็คือกลุ่มลูกค้าของท่าน พยายามอย่าให้ซ้ำซ้อนกันและก็จะมีการวัดมาตรฐานของสำนักปฏิบัติธรรมด้วย  นี้คือวิธีหนึ่งและก็จะได้มีการประเมินและปรับปรุง ท่านพนม  ศรศิลป์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาศึกษา ก็ได้รับทราบอันนี้ไปเลย

เรื่องศูนย์รับขัอมูลและการประสานงานที่จะต้องช่วยให้การทำงานได้รวดเร็ว และทันการ โดยส่วนกลางจะมี Call Center และในขณะเดี่ยวกันสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดก็จะต้องมีหน่วยในลักษณะนี้เช่นกัน เพื่อการประสานกับส่วนกลาง คณะสงฆ์ในพื้นที่ส่วนราชการของจังหวัด ให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือรับทราบข้อมูลได้ทัน

เรื่องการจัดตั้งอาสาสมัครพระพุทธศาสนาทุกสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจะต้องสร้างเครือข่าย ที่นอกเหนือจากองค์กรที่ให้การสนับสนุนในกิจการงานพระพุทธศาสนาแล้ว เราจะต้องมีบุคคลที่มีใจรักและปรารถนามาร่วมงานโดยมีจิตอาสาที่ดี ฉะนั้นในเรื่องนี้จะต้องจัดตั้งอาสาสมัครขึ้นไว้ในลักษณะ อสม. ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเราอาจพัฒนารูปแบบและสิทธิต่างๆ ให้แก่บุคคลเหล่านี้ในโอกาสต่อไป เมื่อมี   ความชัดเจนและมั่นคงขึ้นเชื่อว่า อาสาสมัครจะมีส่วนช่วยและเป็นกำลังอันเข้มแข็งของสถาบันพระพุทธศาสนาได้อย่างดี และหาได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมในโครงการปฏิบัติธรรม ก็จะเป็นกำลังส่วนหนึ่งที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครได้ จึงขอให้เริ่มต้นดำเนินการในเรื่องนี้ทันที โดยใช้หลักการและระเบียบที่เคยกำหนดไว้ในปี ๒๕๔๗

เรื่องต่อมาก็คือ เรื่องของกิจกรรมของกอง ส่วนกลาง สำนักงาน ที่มอบให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดไป อย่างเช่น สำนักงานศาสนสมบัติ กองพุทธศาสนสถาน กองพุทธศาสนาศึกษา  ผมขอให้เป็นเชิงนโยบายอย่างนี้ว่า เจ้าของโครงการถ้าหากจะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเข้าร่วมขับเคลื่อนหรือดำเนินการ ท่านจะต้องคิดงบประมาณให้เขา ไม่ใช่ให้เขามาร่วมงานแล้วเขาจะต้องเบิกงบประมาณส่วนของเขาก็ไม่พอ เมื่อวานผมเจอท่านเจ้าคณะภาค ๑๔ ท่านต่อว่ามาว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดไปร้องเรียนกับท่านว่าไม่ได้เงินในส่วนกลาง ซึ่งอาจจะถูกบางส่วน อาจจะไม่ถูกบางส่วน คือเรื่องนี้เวลาท่านทำงาน แต่ละกอง แต่ละสำนักฯ นี้ก็จะต้องจัดงบประมาณ ยกตัวอย่างเรื่องของงบประมาณการก่อสร้าง อย่างนี้เข้าจะต้องคิดค่าใช้จ่ายของการควบคุมงานบวกเข้าไป เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เหมือนกันให้เงินแล้ว แต่ละกองแต่ละสำนัก จัดโครงการเสร็จอนุมัติเงินไป  แต่เวลาเดินทางมาขอเบิกเงินอันนี้ผมจะไม่ให้ ผมเรียนตรง ๆ ว่า มิฉะนั้นผมควบคุมงบประมาณในภาพรวมไม่ได้และก็พอปลายปีงบประมาณ  ผมต้องโดนกรรมาธิการว่าทำไมมาแปลงเงินเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องเกี่ยวกับโครงการ ทั้ง ๆ ที่ในโครงการเราน่าจะเขียนตัวนี้เข้าไปนั้น ก็ถือว่าส่วนกลางต้องเตรียมไว้ด้วยนะครับ อย่างกองพุทธศาสนสถาน  ถ้ามอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดไปเก็บข้อมูลก็คิดค่าใช้จ่ายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เวลาโอนงบประมาณไป ทางจังหวัดก็จะได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในภาระกิจที่ท่านรับไป แต่ท่านก็จะต้องทำงานตามและก็จะตีกลับมา เพราะฉะนั้นภายในเดือนนี้ก่อนวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ กอง สำนัก จะต้องส่งแผนปฏิบัติงานทั้งเงินมาให้ผม เมื่ออนุมัติแล้วจะได้ส่งไปให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจะได้เอาไปร่วมกับแผนบูรณการกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจะได้รับทราบ และเตรียมทำงานได้

 

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชมเว็บ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้23
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้71
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้23
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว525
mod_vvisit_counterเดือนนี้1177
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2315
mod_vvisit_counterทั้งหมด479120

ขณะนี้มีผู้ชม 2
IP ของคุณคือ 103.55.142.141
,
Now is: 2019-02-17 10:24

ราคาน้ำมันวันนี้