Home สถานที่สำคัญของจังหวัด วัดประชุมชลธารา
วัดประชุมชลธารา PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 02 กันยายน 2009 เวลา 13:51


วัดประชุมชลธารา ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ มีบ้านเรือนประชาชนโดยรวมบริเวณวัดอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถกว้าง 7 เมตร 10 เมตร โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ศาลาการเปรียญกว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน 4 หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ หอไตรคอนกรีตเสริมเหล็ก และหอระฆัง
วัดประชุมชลธารา สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2444 นายบุญจันทร์ ชักชวนชาวบ้านในละแวกนี้สร้างวัดขึ้นมา โดยที่วัดนี้ตั้งอยู่ ณ ที่รวมกันแห่งสายน้ำไหลจากภูเขา จึงได้มีนามวัดอย่างนั้น แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า "วัดกลาง" เพราะวัดตั้งอยู่ระหว่างวัดประดิษฐ์บุปผา กับวัดโบราณสถิตย์
วัดประชุมชลธารา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2475 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 18 เมตร ยาว 24 เมตร
เจ้าอาวาสมี 3 รูปคือ
รูปที่ 1 พระจันทร์ คงฺคสาโร ถึง พ.ศ. 2475 (2484)
รูปที่ 2 พระครูสุวรรณคุณากร (สุข บุญญฺสุวณฺโณ) ถึง พ.ศ. 2516
รูปที่ 3 เจ้าอธิการอ่อน ทนฺตจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดโบราณสถิตย์และเจ้าคณะตำบลสุไหงปาดีรักษาการสืบต่อมา (ปัจจุบันพระเทพศีลาวิสุทธิ์เป็นเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา)


   จากข้อความตามหนังสือข้างต้น สันนิษฐานได้ว่าการคัดลอกต่อ ๆ กันมา ทำให้ข้อมูลบางประการคลาดเคลื่อน เพราะในปี พ.ศ. 2527 ที่จัดพิมพ์หนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรนั้น วัดประชุมชลธาราได้รับการพัฒนาไปมากกว่าที่กล่าวไว้มากมาย และที่ดินของวัดเนื้อที่จริง คือ 18 ไร่ 2 งาน ซึ่งได้มีการก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ อย่างมีระเบียบสวยงาม มีเขตฌาปนสถานอยู่ที่มุมทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีเมรุอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ในการประกอบงานฌาปนกิจครบถ้วน สามารถรองรับผู้ร่วมพิธีได้เป็นจำนวนมาก
จุดคลาดเคลื่อนที่สำคัญก็คือตามบันทึกความทรงจำของนายช่วย สุโนคะบุตร ระบุไว้ชัดเจนว่า หลวงพ่อจันทร์มรณภาพเมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่
พื้นที่ตำบลสุไหงปาดี เป็นชุมชนพุทธที่ใหญ่แห่งหนึ่งของชายแดนภาคใต้มีจำนวน 3 วัด โดยมีวัดที่สร้างก่อนวัดประชุมชลธาราจำนวน 2 วัด คือ
   1. วัดโบราณสถิตย์ ตั้งอยู่ที่บ้านใหญ่ หมู่ที่ 2 สร้างเมื่อ พ.ศ. 2334
       1.1 ระยะทางจากวัดประชุมชลธารา-วัดโบราณสถิตย์ตามเส้นทางถนน 1200 เมตร
   2. วัดประดิษฐ์บุปผา ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ หมู่ที่ 3 สร้างเมื่อ พ.ศ. 2400
       2.1 ระยะทางจากวัดประชุมชลธารา-วัดประดิษฐ์บุปผาตามเส้นทางถนน ประมาณ 1800 เมตร
   คำว่าสุไหงปาดี เป็นภาษามลายูท้องถิ่น "สุไหง" แปลว่า "ลำคลอง" "ปาดี" แปลว่า "ข้าวเปลือก" คำว่าคลองในภาษาถิ่นใต้ หมายถึง ลำธารที่มีน้ำไหล ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือขุดขึ้น โดยน้ำมือมนุษย์ เรียกรวมว่าคลองทั้งสิ้น
   บริเวณสองฝั่งคลองในพื้นที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่ใช้สำหรับทำนาในปัจจุบันชุมชนขยายขึ้นพื้นที่นาบางส่วนโดยเฉพาะริมสองฝั่งคลองได้ถูกแปรสภาพเป็นที่อยู่อาศัยแต่พื้นที่ส่วนใหญ่รอบนอก ยังเป็นพื้นที่ทำนา ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "สุไหงปาดี"

   วัดประชุมชลธารา เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดปากแพรก เนื่องจากลำน้ำซึ่งไหลผ่านทางด้านตะวันออกของวัดไปทางทิศเหนือ ได้แยกออกเป็นสามสาย ซึ่งปัจจุบันลำน้ำได้ตื้นเขินจนเหลือเพียงสายเดียว และเป็นที่มาของชื่อวัดประชุมชลธารา และเหตุที่วัดประชุมชลธาราตั้งอยู่ระหว่างวัดโบราณสถิตย์กับวัดประดิษฐ์บุปผาชาวบ้านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "วัดกลาง" ปัจจุบันชุมชนบริเวณได้ขยายตัวขึ้น วัดประชุมชลธาราจึงกลายเป็นศูนย์รวมในการประกอบศาสนกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าอาวาสตั้งแต่องค์แรกจนถึงองค์ปัจจุบันล้วนแล้วแต่เป็นผู้เคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย ประพฤติปฏิบัติ อยู่ในสมณะธรรมอันประเสริญเป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่ปรึกษาทั้งทางธรรมและทางโลก ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ จึงอาศัยวัดประชุมชลธาราเป็นที่พบปะปรึกษาหารือ นับได้ว่าวัดประชุมชลธาราจึงเป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง
   ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงดศานุวงค์ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาสนั้น พระองค์ท่านได้เสด็จเยี่ยมวัดประชุมชลธาราหลายครั้งทรงมีพระปฏิสัญฐานกับเจ้าอาวาส และทรงให้พสกนิกรในพื้นที่ได้เข้าเฝ้าชมพระบารมี และถวายความจงรักภักดีโดยทั่วกัน
เนื่องจากที่ประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความเคารพศรัทธาต่อเจ้าอาวาสทั้ง 3 องค์ ดังกล่าวแล้วรวมทั้งพระครูพิศิษฐ์ธรรมโชติ (ผอม จนฺทโชโต) พระเถระองค์สำคัญที่เป็นผู้นำในการพัฒนาวัด และชุมชนในสมัยพระครูสุวรรณคุณากรเป็นเจ้าอาวาส จึงได้มีการร่วมมือร่วมใจกันสร้างรูปปั้นเป็นรูปเหมือนเท่าองค์จริงในท่านั่งสมาธิของหลวงพ่อจันทร์, พระครูสุวรรณคุณากร และพระครูพิศิษฐ์ธรรมโชติ ประดิษฐานไว้ด้วยกัน
   นอกจากนี้ได้มีการสร้างพระบูชา พระเครื่อง และวัตถุมงคลไว้หลายรุ่นซึ่งแม้จะเป็นที่รู้จักกันน้อยในวงการพระเครื่อง แต่สำหรับประชนชนในพื้นที่ และท้องถิ่นใกล้เคียงแล้ว ย่อมประจักษ์ในความศักดิ์สิทธิ์แคล้วคลาดป้องกันภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะเสื้อยันต์, ผ้ายันต์, เหรียญหลวงพ่อจันทร์ และเหรียญพระอรรถโมลี (พระเทพศีลวิสุทธิ์) เป็นที่นิยมของนักสะสมพระเครื่องท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
พระเดชพระคุณพระเทพศีลวิสุทธิ์ ได้กรุณาเล่าให้ฟังในอดีตพระวิจาณญาณมุนี (หลวงพ่อครน ปุณฺณสุวณฺโณ) วัดอุตตมาราม (วัดบางแซะ) ตำบลรีเป็ค อำเภอปาเซร์มัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พระเกจิอาจารย์ผู้สร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก ที่วงการพระเครื่องไทยรู้จักกันดี ได้เคยมาพักอยู่ที่วัดประชุมชลธารา ห้วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อศึกษาเรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อจันทร์จนสำเร็จ

   
   

 

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชมเว็บ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้5
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้72
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้211
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว438
mod_vvisit_counterเดือนนี้1108
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว2044
mod_vvisit_counterทั้งหมด461423

ขณะนี้มีผู้ชม 2
IP ของคุณคือ 103.55.142.141
,
Now is: 2018-07-18 01:56

ราคาน้ำมันวันนี้