Home ประวัติความเป็นมาของจังหวัด
ประวัติของจังหวัดนราธิวาส PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2009 เวลา 21:27


ประวัติของจังหวัดนราธิวาส
 
   นราธิวาสเดิมชื่อ “มะนาลอ” เป็นหมู่บ้านขึ้นอยู่กับเมืองสายบุรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมราชวงศ์จักรี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีรับสั่งให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท  ยกทัพหลวงมาปักษ์ใต้ เพื่อปราบปรามข้าศึกที่ยกเข้ามารุกรานพระราชอาณาเขตทางใต้  เมื่อปราบปรามข้าศึกได้ราบคาบแล้วจึงได้เสด็จฯไปประทับ ณ เมืองสงขลา แล้วมีรับสั่งไปยังหัวเมืองมลายูทั้งหลาย  ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นกับกรุงศรีอยุธยามาแต่ก่อนให้มาอ่อนน้อมเหมือนเดิม  พระยาไทรบุรีและพระยาตรังกานู ยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี แต่พระยาปัตตานีได้แข็งเมืองไม่ยอมมาอ่อนน้อม พระองค์จึงรับสั่งให้ยกกองทัพลงไปตีเมืองปัตตานี เมื่อปี พ.ศ.2332 เมื่อได้เมืองปัตตานีแล้วทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสงขลา (บุญฮุย) อัญเชิญตราตั้งให้พระยาจะนะ (ขวัญซ้าย) เป็นพระยาปัตตานี และให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลา เมื่อพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ถึงแก่กรรม ได้โปรดเกล้าฯ ให้นายพ่าย  น้องชายพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เป็นพระยาปัตตานี และแต่งตั้งให้ นายยิ้มซ้าย   บุตรพระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) เป็นหลวงสวัสดิภักดี ผู้ช่วยราชการเมืองปัตตานี  และย้ายที่ว่าการเมืองปัตตานีจากบ้านมะนา (อ่าวนาเกลือ)  ไปตั้งที่บ้านยานู   ในระหว่างนั้น  พวกซาเหยดรัตนาวงศ์ และพวกโมเซฟ  ได้คบคิดกันเข้าปล้นบ้านพระยาปัตตานี (พ่าย) และบ้านหลวงสวัสดิภักดี (ยิ้มซ้าย) แต่ถูกตีถอยหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ตำบลบ้านกะลาพอ เขตเมืองสายบุรี 
   เนื่องจากเมืองปัตตานีมีอาณาเขตกว้างขวาง มีโจรผู้ร้าย   ปล้นบ้านเรือนราษฎรชุกชุม พระยาปัตตานี(พ่าย) จึงได้แจ้งข้อราชการไปยังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ได้ออกมาปราบปรามและจัดแบ่งเมืองปัตตานี  ออกเป็นเจ็ดหัวเมือง เมื่อปี พ.ศ.2355 แล้วทูลเกล้า ฯ ถวายรายชื่อเมืองที่แยกออกไปดังนี้คือ เมืองปัตตานี เมืองหนองจิก เมืองยะลา เมืองรามัน เมืองระแงะ เมืองสายบุรีและเมืองยะหริ่ง  ต่อมาได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาอภัยสงครามกับพระยาสงขลา (เถี้ยน  จ๋อง) เป็นผู้เชิญตราตั้งออกไปพระราชทานแก่เจ้าเมืองทั้งเจ็ดหัวเมือง ดังนี้
  - ให้ตวนสุหลง เป็น       พระยาปัตตานี - ให้ตวนหนิ เป็น       พระยาหนองจิก
  - ให้ตวนยะลอ เป็น     พระยายะลา   - ให้ตวนหม่าโซ่ เป็น       พระยาสายบุรี
  - ให้นายพ่าย เป็น       พระยายะหริ่ง     
    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาปัตตานี (ตวนสุหลง)  พระยาหนองจิก (ตวนกะจิ)  พระยายะลา (ตวนบางกอก)  และพระยา ระแงะ (หนิเดะ) ได้สมคบกันเป็นกบฏ โดยได้รวบรวมกำลังพลออกตีบ้านพระยายะหริ่ง (พ่าย)   แล้วเลยออกไปตีเมืองเทพาและเมืองจะนะ    พระยาสงขลา (เถี้ยน  เส้ง) ทราบเรื่องจึงได้มีใบบอกไปยังกรุงเทพ ฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระพระยาเพชรบุรีเป็นแม่ทัพออกไปสมทบช่วยเมืองสงขลาออกทำการปราบปรามตั้งแต่เมืองจะนะ เมืองเทพา ไปถึงเมืองระแงะ แต่พระยาระแงะ (หนิเดะ) หนีรอดไปได้ในระหว่างที่ทำการรบกันอยู่นั้น หนิบอสู  ชาวบ้านบางปู ซึ่งพระยายะหริ่งแต่งตั้งให้เป็นกรมการเมืองยะหริ่ง ได้เป็นกำลังสำคัญ    
จึงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาราชการเมืองระแงะ และต่อมาได้ย้ายที่ว่าราชการเมืองระแงะจากบ้านระแงะ ริมพรมแดนติดต่อกับเมืองกลันตัน  มาตั้ง ณ ตำบลบ้านตันหยงมัส (อำเภอระแงะปัจจุบัน) เมื่อพระยาระแงะ (หนิบอสู) ถึงแก่กรรมก็ได้โปรดเกล้าฯให้ พระยาคีรีรัตนพิศาล (ตวนโหมะ) บุตรพระยาระแงะ (หนิบอสู)  ว่าราชการเมืองระแงะแทน มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาภูผาภักดิ์ศรีสุวรรณประเทศวิเศษวังษา  
   พ.ศ.2432  พระยาระแงะ (ตวนโหมะ) ถึงแก่กรรม  พระยาสุนทรานุรักษ์ (ชม) ผู้ช่วยราชการผู้รักษาว่าราชการเมืองสงขลา  จัดให้ ตวนเหงาะ  บุตร ตวนสุหลง ผู้เป็นพี่ต่างมารดาของพระยาระแงะ (ตวนโหมะ) เป็นผู้รักษาราชการเมืองระแงะ
   พ.ศ.2434  เมื่อถึงกำหนดที่บริเวณ 7 หัวเมือง ต้องนำต้นไม้เงินต้นไม้ทองและเครื่องราชบรรณาการเข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าแผ่นดิน ณ กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเจ้าเมืองทั้ง 7 เมือง ได้ถวายความจงรักภักดีด้วยความพร้อมเพรียงกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรปูนบำเหน็จ ความดีความชอบให้ และได้ใช้สืบต่อกันมา จนกระทั่งยุบเลิกการปกครองบริเวณ 7 หัวเมือง 
   พ.ศ.2444 (ร.ศ.๑20) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453) ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยโปรดเกล้า ฯ ประกาศกฎข้อบังคับสำหรับปกครองบริเวณเจ็ดหัวเมือง   ร.ศ.120 ให้ยกเลิกการปกครองแบบเก่าเสีย มาเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล และให้หัวเมืองทั้งเจ็ดเมือง  คงเป็นเมืองอยู่ตามเดิมอยู่ในความปกครองของเทศาภิบาล และให้พระยาเมืองเป็นผู้รักษาราชการบ้านเมืองต่างพระเนตรพระกรรณ   มีกองบัญชาการเมืองโดยมีพระยาเมืองเป็นหัวหน้า ปลัดเมือง ยกกระบัตรเมือง และผู้ช่วยราชการเมือง รวมสี่คน  ให้มีกรมการชั้นรอง เสมียนพนักงาน  ตามสมควร โดยมีข้าหลวงใหญ่ประจำบริเวณเจ็ดหัวเมืองคนหนึ่ง สำหรับตรวจตราแนะนำราชการทั้งปวงทั่วบริเวณทั้งเจ็ดหัวเมือง ต่างพระเนตรพระกรรณในราชการทุก ๆ เมือง ข้าหลวงใหญ่ประจำบริเวณ  ยังทำหน้าที่จัดการในบริเวณให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับ  และปฏิบัติราชการตามท้องตรากรุงเทพ ฯ และคำสั่งของข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช  พระยาเมืองที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยดี ก็ได้รับพระราชทานผลประโยชน์ให้พอเลี้ยงชีพและรักษาบรรดาศักดิ์ตามสมควรแก่ตำแหน่ง และพระราชทานเงินผลประโยชน์ที่เก็บได้ซึ่งหักค่าใช้จ่ายแล้วนั้น ไว้เป็นเงินสำหรับจัดการทำนุบำรุงบ้านเมืองเป็นปี ๆ พระยาเมืองและศรีตะวันกรมการ ซึ่งเป็นคนในพื้นบ้านเมือง  ถ้าได้รับราชการด้วยดีตลอดชั่วเวลารับราชการ เมื่อต้องออกจากหน้าที่โดยชรา หรือโดยทุพพลภาพประการใดก็ดี จะได้รับพระราชทานเบี้ยเลี้ยงบำนาญต่อไป 
   เรื่องการศาล  จัดให้มีศาลเป็นสามชั้น คือศาลบริเวณ ศาลเมือง และศาลแขวง มีผู้พิพากษาสำหรับศาลเหล่านั้นพิจารณาคดีตามพระราชกำหนดกฎหมาย  เว้นแต่คดีแพ่งที่เกี่ยวกับครอบครัวและมรดก ซึ่งอิสลามิกชน เป็นโจทก์และจำเลย หรือเป็นจำเลยให้ใช้กฎหมายอิสลามแทนบทบัญญัติกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่บทบัญญัติว่าด้วยอายุความมรดก ยังคงต้องใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับ     การใช้กฎหมายอิสลามในการพิจารณาอรรถคดีดังกล่าวตามข้อบังคับสำหรับการปกครองบริเวณ 7 หัวเมือง ร.ศ.120 เรียกตุลาการตำแหน่งนี้ว่า “โต๊ะกาลี”  ต่อมาได้มีข้อกำหนดไว้ใน ศาลตรากระทรวงยุติธรรม เมื่อปี พ.ศ.2460  เรียกตำแหน่งนี้ว่า “ดาโต๊ะยุติธรรม” เพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งเสนายุติธรรม ในมณฑลพายัพ ดาโต๊ะยุติธรรมเป็นผู้รู้และเป็นที่นับถือของอิสลามิกชน เป็นผู้พิพากษาตามกฎหมายอิสลาม
   ปี พ.ศ.2449 (ร.ศ.125)    ได้มีประกาศพระบรมราชโองการให้จัดตั้งมณฑลปัตตานี มีสาระ สำคัญว่า  “ แต่ก่อนจนมาถึงเวลานี้บริเวณเจ็ดหัวเมือง  มีข้าหลวงใหญ่ปกครอง ขึ้นอยู่กับข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ทรงพระราชดำริเห็นว่า ทุกวันนี้การค้าขายในบริเวณเจ็ดหัวเมืองเจริญขึ้นมาก และการไปถึงกรุงเทพ ฯ ก็สะดวกกว่าแต่ก่อนประกอบกับบริเวณเจ็ดหัวเมืองมีท้องที่กว้างขวาง และมีจำนวนผู้คนมากขึ้นสมควรแยกออกเป็นมณฑลหนึ่งต่างหาก ให้สะดวกแก่ราชการที่จะทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ ”  โดยแยกบริเวณเจ็ดหัวเมือง ออกมาจากมณฑลนครศรีธรรมราช และให้จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้นอีกมณฑลหนึ่ง เรียกว่า มณฑลปัตตานี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาศักดิ์เสนีย์ (หนา บุนนาค)  เป็นข้าหลวงเทศามณฑลปัตตานี มีเมืองที่มารวมอยู่ 4 เมือง  คือ เมืองปัตตานี (รวมเมืองหนองจิก ยะหริ่ง และเมืองปัตตานี) 
เมืองยะลา (รวมเมือง รามัน และเมืองยะลา) เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ  สำหรับหัวเมืองประเทศราช 4 เมือง ได้แก่ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี(เคดาห์)และเปอร์ลิส  อังกฤษเข้ายึดครองในปี พ.ศ. 2452 (ค.ศ. 1909) 
   ต่อมา หมู่บ้านมะนาลอ มีความเจริญและเป็นชุมชนหนาแน่นมากกว่าเมืองระแงะ  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453 - 2468) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรภาคใต้เมื่อ พ.ศ. 2458    ทรงมีพระราชดำริให้ย้ายศาลาว่าการเมืองระแงะ     มาตั้งอยู่บ้านมะนาลอ   และได้พระราชทาน ชื่อเมืองว่า “เมืองนราธิวาส”  คำว่า “นราธิวาส” หมายถึง  "ที่อยู่ของคนดี"  กับได้ทรงพระราชทานพระแสงราชศัตราประจำเมืองแก่เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2458
   พ.ศ.2450  ได้ย้ายที่ว่าราชการเมืองระแงะ จากตำบลบ้านตันหยงมัส มาตั้งที่บ้านมะนาลอ อำเภอบางนรา  และยกฐานะอำเภอบางนราขึ้นเป็นเมืองบางนรา ส่วนเมืองระแงะเดิมนั้นให้เป็นอำเภอขึ้นอยู่
กับเมืองบางนรา มีอำเภอในเขตปกครองคือ อำเภอบางนรา อำเภอตันหยงมัส กิ่งอำเภอยะบะ อำเภอสุไหงปาดี กิ่งอำเภอโต๊ะโม๊ะ อำเภอตากใบ และอำเภอยี่งอ  
   พ.ศ.2476    สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2468-  2477)ได้ยุบเลิก มณฑลทั่วราชอาณาจักร และมีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการอาณาจักรสยาม “ เมืองนราธิวาส ” ได้รับการจัดตั้งเป็น “จังหวัดนราธิวาส” ถึงปัจจุบัน
   พ.ศ.2481   กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะกิ่งอำเภอโค้วโบ๊ะ  เป็นอำเภอแว้ง 
   พ.ศ.2482   ยกฐานะกิ่งอำเภอยะบะ เป็นอำเภอรือเสาะ 
   พ.ศ.2491    ยกฐานะตำบลสุไหงโก - ลก ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ และยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.  2496 
   พ.ศ.2517   ตั้งกิ่งอำเภอศรีสาคร และยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.   2522 
   พ.ศ.2520    ตั้งอำเภอสุคิริน 
   พ.ศ.2525   ตั้งกิ่งอำเภอจะแนะ และยกฐานะเป็นอำเภอ เมื่อปี พ.ศ.2532  
   พ.ศ.2536   ตั้งกิ่งอำเภอเจาะไอร้อง และยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ.2539


 

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชมเว็บ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้53
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้109
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1070
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1312
mod_vvisit_counterเดือนนี้53
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว5422
mod_vvisit_counterทั้งหมด326306

ขณะนี้มีผู้ชม 4
IP ของคุณคือ 54.237.235.12
,
Now is: 2014-11-01 07:44

ราคาน้ำมันวันนี้